จากสถานการณ์ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2569 ส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังรุนแรงในพื้นที่กรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออก โดยเฉพาะบริเวณเคหะร่มเกล้า ย่านลาดกระบัง ซึ่งบางจุดมีระดับน้ำท่วมสูงถึงระดับคอ ส่งผลให้ประชาชนในชุมชนได้รับความเดือดร้อนและทรัพย์สินเสียหายเป็นจำนวนมาก ขณะที่ร้านค้าและร้านสะดวกซื้อในพื้นที่ อาทิ Community Store, 7-Eleven และ Tops ประสบปัญหาอาหารและสิ่งของอุปโภคบริโภคขาดแคลนและจำหน่ายหมดอย่างรวดเร็ว
รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สจล. กล่าวว่า สจล. ได้จัดตั้ง “ศูนย์บริหารจัดการภัยพิบัติและความปลอดภัย” ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2569 เพื่อเป็นจุดประสานและสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ทั้งด้านอาหาร น้ำดื่ม การดูแลสุขภาพ และการประสานความช่วยเหลือด้านต่าง ๆ โดยตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2569 เป็นต้นมา สจล. ได้อนุมัติให้ใช้ “หอประชุมเจ้าพระยาสุรวงษ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค)” เป็นพื้นที่พักพิงหลัก เพื่อรองรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม สามารถรองรับผู้เดือดร้อนได้กว่า 1,000 คน พร้อมจัดเตรียมอาหาร น้ำดื่ม และที่พักชั่วคราว รวมถึงประสานความช่วยเหลือจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

สจล. ได้บูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานเขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรต่าง ๆ และประชาชน เพื่อร่วมกันดูแลและช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มกำลัง โดยอธิการบดี สจล. ได้เน้นย้ำถึงความห่วงใยต่อนักศึกษาเป็นพิเศษ พร้อมให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัย ความเป็นอยู่ และสุขภาพจิตใจของนักศึกษาในสภาวะวิกฤต โดยสั่งการให้สำนักงานกิจการนักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ รวมถึงทีมงาน ลงพื้นที่สำรวจความเดือดร้อนของนักศึกษาทั้งที่พักอาศัยในหอพักภายในและหอพักโดยรอบมหาวิทยาลัยอย่างทั่วถึง เพื่อเร่งส่งมอบความช่วยเหลือ อาทิ ชุดน้ำดื่ม อาหารแห้ง ยาและเวชภัณฑ์พื้นฐาน รวมถึงการเดินทางเข้า-ออกพื้นที่อย่างปลอดภัย
นอกจากนี้ สจล. ได้จัดตั้งโรงครัว ณ หอพักใน เพื่อแจกจ่ายอาหารและน้ำดื่มแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบ พร้อมเปิดช่องทางขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน (SOS) และปรับรูปแบบการเรียนและการทำงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยกำชับให้อาจารย์ผู้สอนมีความยืดหยุ่นเรื่องการเข้าเรียนและการส่งงาน เพื่อลดความเครียดและความวิตกกังวลของนักศึกษาในช่วงที่ต้องรับมือกับภัยพิบัติ

รศ.นพ. ประเสริฐ ตรีวิจิตรศิลป์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร กล่าวว่าโรงพยาบาลได้ประชุมร่วมกับกรุงเทพมหานครและกรมการแพทย์ เพื่อวางแนวทางดูแลสุขภาพประชาชนภายในศูนย์พักพิง สจล. โดยสำนักงานเขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร จะเป็นผู้ดำเนินการลงทะเบียนประชาชน และเตรียมจัดพื้นที่ภายในศูนย์พักพิงออกเป็น 4 โซน ได้แก่
- โซนบุคคลสุขภาพปกติทั่วไปทุกช่วงวัย
- โซนประชาชนที่มีสัตว์เลี้ยง
- โซนประชาชนที่มีโรคเรื้อรัง
- โซนประชาชนที่ติดเตียงพร้อมญาติ
เบื้องต้นมีการย้ายประชาชนจากศูนย์พักพิงในโรงเรียนที่ระดับน้ำเริ่มท่วมสูงมายัง สจล. ประมาณ 1,200 คน โดยมีผู้ป่วยติดเตียง 8 คนที่มีความจำเป็นต้องย้ายไปยังโรงพยาบาลที่รักษาประจำ และมีผู้ป่วยติดเตียงอีก 23 คนที่จะเข้ามาพักที่ศูนย์พักพิง สจล. ทั้งนี้ หากผู้ป่วยติดเตียงมีความจำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ จะพิจารณาย้ายเข้ารับการดูแลที่โรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ขณะที่ผู้ป่วยที่สามารถพักภายในศูนย์ได้จะพักอยู่ที่ศูนย์ สจล. พร้อมญาติ

เบื้องต้น ที่ประชุมได้มอบหมายให้โรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารเป็นผู้ประสานงานหลักด้านการแพทย์ของศูนย์พักพิง สจล. โดยพร้อมประสานกับผู้อำนวยการโรงพยาบาลนคราภิบาล (โรงพยาบาลลาดกระบังเดิม) และกรมการแพทย์ เพื่อสนับสนุนกำลังคนและเวชภัณฑ์ รวมถึงประสานศูนย์เอราวัณ โทร. 1669 เพื่อสนับสนุนการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยตามความจำเป็น
สำหรับการดูแลด้านสุขภาพ โรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารได้นำทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ลงพื้นที่จัดตั้งจุดบริการสาธารณสุขส่วนหน้าภายในศูนย์พักพิงอย่างเป็นทางการ เพื่อให้บริการปฐมพยาบาลเบื้องต้นแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บหรือมีอาการป่วยฉุกเฉิน พร้อมจัดเตรียมยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็น รวมถึงบริการตรวจวินิจฉัยและจ่ายยาแก่ผู้ประสบภัยตั้งแต่ช่วงแรกที่เข้าพัก
นอกจากนี้ ยังมีการจัดทีมแพทย์เตรียมพร้อม (Standby) เพื่อประเมินอาการ คัดกรองผู้ป่วย และให้การดูแลรักษาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยติดเตียงและผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่จำเป็นต้องได้รับยา เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ประสบภัยทุกคนภายในศูนย์พักพิงจะได้รับการดูแลด้านสุขภาพอย่างทั่วถึง

ด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์ ธิติพันธุ์ ตริตระการ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ สจล. กล่าวว่า สจล. ได้วางระบบการจัดโซนนิ่งภายในศูนย์พักพิง เพื่อให้เหมาะสมกับผู้ประสบภัยแต่ละกลุ่ม โดยโซนผู้ป่วยและกลุ่มเปราะบางจัดให้อยู่บริเวณฝั่งซ้ายของหอประชุม ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับห้องน้ำ เพื่อให้ผู้สูงอายุและผู้ป่วยเปราะบางสามารถเข้าถึงห้องสุขาได้ง่าย และสะดวกต่อการเคลื่อนย้ายและดูแลของเจ้าหน้าที่
ส่วนโซนสัตว์เลี้ยงจัดพื้นที่เฉพาะบริเวณด้านหน้าหอประชุม สำหรับครอบครัวที่นำสัตว์เลี้ยงติดตัวมาด้วยประมาณ 50 ตัว โดยได้รับการสนับสนุนจากสมาคมพิทักษ์สัตว์ไทย โดยคุณโรเจอร์ โลหะนันทน์ ร่วมกับสำนักสัตวแพทย์สาธารณสุข กรุงเทพมหานคร เข้ามาช่วยดูแลเรื่องสวัสดิภาพและสุขอนามัยของสัตว์
นางสาวศิวพร ยศตรา ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตลาดกระบัง กล่าวว่า สำนักงานเขตลาดกระบังได้จัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวกระจายในพื้นที่รวม 12 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร โดยมีศูนย์ใหญ่เดิมอยู่ที่โรงเรียนเคหะชุมชนลาดกระบัง ซึ่งรองรับผู้ประสบภัยประมาณ 1,000 คน อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำท่วมขังบริเวณโรงเรียนและภายในเคหะร่มเกล้าได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อศูนย์พักพิงเดิมและทำให้การเข้าช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบาก สำนักงานเขตจึงได้ประสานความร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หรือ สจล. เพื่อเร่งขนย้ายผู้พักพิงจากพื้นที่เดิมมายัง สจล. เบื้องต้นประมาณ 1,200 คน และคาดว่าจะสามารถรองรับผู้ประสบภัยจากจุดอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ รวมเกือบ 2,000 คน

ทั้งนี้ ศูนย์พักพิงยังได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจัดตั้งโรงครัวพระราชทาน ประกอบอาหารสุกใหม่บริการวันละ 3 มื้อ มื้อละ 1,000 ชุด พร้อมการสนับสนุนน้ำดื่มบรรจุขวดจากสิงห์อาสา รวมถึงการสนับสนุนจากภาคเอกชนและกรุงเทพมหานคร
สำหรับผู้ประสบภัยหรือประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉิน สามารถติดต่อ SOS ฉุกเฉิน สจล. โทร. 02-329-8008 หรือเข้ารับความช่วยเหลือได้ที่ ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมพระจอมเกล้าลาดกระบัง ณ หอประชุมเจ้าพระยาสุรวงษ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค) สจล.
ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวของ สจล. ได้ทาง https://www.facebook.com/kmitlofficial และเว็บไซต์ https://www.kmitl.ac.th หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-329-8000

