อนุกมธ.กีฬา วุฒิสภา รุกปลดล็อก “สนามกีฬาถ่ายโอน” จี้ สตง.-สถ. ปั้นคู่มือมาตรฐานชาติ เปิดช่องมืออาชีพร่วมบริหารลดภาระงบรัฐ

เมื่อวันที่ 18 ก.พ. นายจำลอง อนันตสุข ทำหน้าที่ประธานในการประชุมคณะอนุกรรมาธิการด้านการกีฬา วุฒิสภา เพื่อพิจารณาการบริหารจัดการสนามกีฬาที่ถูกถ่ายโอนไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เนื่องจากพบปัญหาการขาดงบประมาณในการพัฒนาและซ่อมบำรุงรวมถึงศึกษาข้อกฎหมายเพื่อให้เอกชนสามารเข้ามาบริหารจัดการสนามกีฬาได้ โดยมีนางสาวภาวิดา ทรงไชยธราเวช ผู้อำนวยการส่งเสริมการศึกษานอกระบบ ศิลปะ วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นตัวแทนจากกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น และนายฉัตรชัย โอนอ่อน ผู้อำนวยการสำนักตรวจเงินแผ่นดินที่ 7 ตัวแทนจากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ร่วมให้ข้อมูล โดยการขับเคลื่อนครั้งนี้มุ่งหวังให้สนามกีฬาที่ได้รับถ่ายโอนสามารถดำเนินการต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เป็นภาระงบประมาณ และเปิดโอกาสให้มืออาชีพเข้ามาพัฒนาเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนในพื้นที่

นายจำลอง กล่าวว่า คณะอนุกรรมาธิการด้านกีฬา มีหมุดหมายที่จะทลายกำแพงระเบียบที่ฉุดรั้งการพัฒนาสนามกีฬาถ่ายโอนทั่วประเทศ พร้อมดันโมเดลสัมปทานและพื้นที่เชิงพาณิชย์ คณะอนุกรรมาธิการฯ กำลังเร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหา สนามกีฬาที่ถ่ายโอนไปยังท้องถิ่นแล้วเสื่อมโทรม เนื่องจากขาดงบประมาณ โดยมุ่งเน้นไปที่การ ปลดล็อกทางกฎหมาย เพื่อให้ภาคเอกชนสามารถเข้ามาบริหารจัดการสนามกีฬาได้อย่างถูกต้องและโปร่งใส คาดหวังที่จะช่วยให้สนามกีฬาที่ได้รับถ่ายโอนเป็น สินทรัพย์สร้างรายได้ เพราะอุปสรรคใหญ่ที่สุดคือ ความกังวลของผู้บริหารท้องถิ่นต่อการถูกตรวจสอบ ซึ่งจากการให้ข้อมูลของผู้แทน สตง. ก็ได้ให้ความชัดเจนถึงวิธีหรือเกณฑ์การวินิจฉัยที่ท้องถิ่นสามารถดำเนินการได้โดยได้ยกตัวอย่างการบริหารจัดการของสนามกีฬาเทศบาลเมืองบางกะดี่ จังหวัดปทุมธานี ที่ร่วมมือกับทางเอกชนในการบริการและสามารถสร้างรายได้นำมาบริหารจัดการได้ โดยมีการออกข้อระเบียบและกำหนดอัตราค่าใช้บริการของสนามและอาคารอเนกประสงค์

“ในที่ประชุม คณะอนุกรรมาธิการฯ ได้เสนอแนะให้ สตง. และกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมกันจัดทำแนวปฏิบัติมาตรฐานระดับประเทศและวางระบบธรรมาภิบาลและตัวชี้วัดความสำเร็จ เพื่อให้ อปท. ทั่วประเทศมีคู่มือเล่มเดียวกันในการบริหารจัดการ ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการตีความกฎหมายตามอำเภอใจ และลดข้อกังวลของผู้บริหารท้องถิ่นต่อการถูกตรวจสอบ นอกจากนี้ ยังขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยแนะนำข้อระเบียบที่ควรปรับปรุง เพื่อให้การใช้ทรัพย์สินสาธารณะเกิดความคุ้มค่าสูงสุด โดยเน้นย้ำว่าการดึงภาคเอกชนหรือมืออาชีพเข้ามาบริหารจัดการ จะช่วยให้สนามกีฬามีมาตรฐานการดูแลที่ดีขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือช่วยให้รัฐไม่ต้องแบกรับภาระงบประมาณการซ่อมบำรุงทั้งหมดเพียงฝ่ายเดียวอีกต่อไป ”นายจำลอง กล่าวในตอนท้าย

You May Also Like

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *